Skip to content Skip to footer

Probiotics ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้อย่างไร

คอเลสเตอรอล คือไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างได้เอง และสามารถพบได้ในอาหาร เป็นไขมันที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานหลายอย่างในร่างกาย ทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นในการผลิตฮอร์โมนและวิตามินบางชนิด รวมไปถึงการสังเคราะห์น้ำดีในตับ อีกทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์และเซลล์ประสาท คอเลสเตอรอลแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ ได้แก่ • คอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (High-Density Lipoprotein: HDL) มีหน้าที่ในการขนส่งคอเลสเตอรอลจากกระแสเลือดและอวัยวะต่างๆกลับไปยังตับเพื่อกําจัดออกจากร่างกาย ทําให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดลดลง ด้วยเหตุนี้เอง HDL จึงมักได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไขมันชนิดดี” • คอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) มีหน้าที่หลักในการขนส่งคอเลสเตอรอลและสาร ประเภทไขมันอื่นๆไปยังเซลล์ต่างๆในร่างกาย การมีระดับ LDL ในเลือดที่สูง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้แก่ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (heart attack) โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) และโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ (peripheral arterial disease) ดังนั้น LDL จึงมักถูกเรียกว่าเป็น “ไขมันชนิดเลว” นอกจาก LDL และ HDL cholesterol แล้ว ในร่างกายยังมีสารประเภทไขมันอีกหนึ่งชนิดเรียกว่า…

ป้องกันการแพ้น้ำตาลแลคโตส (Lactose intolerance) ด้วยโปรไบโอติก

ป้องกันการแพ้น้ำตาลแลคโตส (Lactose intolerance) ด้วย Probiotics การแพ้น้ำตาลแลคโตส (Lactose intolerance) คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเอนไซม์ แลคเตส (lactase) หรือ เบต้า-กาแลคโตสิเดส (beta-galactosidase) ออกมาย่อยน้ำตาลแลคโตสได้อย่างเพียงพอ ซึ่งน้ำตาลแลคโตสเป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ที่พบมากในน้ำนม ดังนั้นเมื่อน้ำตาลแลคโตสที่ไม่ถูกย่อยและไม่ดูดซึมที่ลำไส้เล็ก จะถูกย่อยโดยขบวนการหมักที่ลำไส้ใหญ่ ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆตามมาสาเหตุของการแพ้น้ำตาลแลคโตส 1. ภาวะพร่องเอนไซม์แลคเตส (Primary lactase Intolerance) เป็นสาเหตุหลักที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ใหญ่หรือเด็กโต เกิดจากการที่ผนังลำไส้เล็กผลิตเอนไซม์แลคเตสและเบต้า-กาแลคโตสิเดสได้น้อยลงเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น นอกจากนี้การลดลงของเอนไซม์จะมากหรือน้อยยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ เช่น กรรมพันธุ์ เชื้อชาติ 2. ภาวะขาดเอนไซม์ตั้งแต่เกิด (Congenital lactase deficiency) กลุ่มนี้พบได้น้อยและอาการเป็นตั้งแต่เด็ก เป็นความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ที่ได้รับยีนส์ผิดปกติจากพ่อและแม่ 3. ภาวะขาดเอนไซม์จากการเจ็บป่วย (Secondary lactose intolerance) เกิดจากผนังลำไส้เล็กถูกทำลายทำให้ผลิตเอนไซม์แลคเตสและเบต้า-กาแลคโตสิเดสได้น้อยลง เช่น การติดเชื้อไวรัส การติดเชื้อพยาธิโปรโตซัวในลำไส้ โรคซิลิแอก (Celiac disease) ที่เป็นการอักเสบของลำไส้ที่เกี่ยวข้องกับการแพ้กลูเตน โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Crohn’s…

เรื่องเล่าของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆในลำไส้

" จุดกำเนิดของ “โปรไบโอติก " เมื่อพูดถึงโปรไบโอติก หลายๆคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูกับคำนี้มากสักเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึงจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส หลายๆคนก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อ๋อ” เป็นจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในโยเกิร์ตและนมเปรี้ยว ถูกต้องแล้วครับ เพราะจุลินทรีย์พวกนี้พบได้ในโยเกิร์ต นมเปรี้ยว และอาหารหมักดอง แล้วโปรไบโอติก เกี่ยวข้องอะไรกับจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส? โปรไบโอติกเป็นเหมือนคำพูดโดยรวมของจุลินทรีย์ที่ดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งเจ้าตัวจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสเนี่ยก็เป็นส่วนหนึ่งของคำว่าโปรไบโอติก มีด้วยกันหลากหลายสายพันธุ์ และไม่ได้มีพียงแลคโตบาซิลลัสเท่านั้น แต่ยังมีจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆอีกมากที่จัดได้ว่าเป็นโปรไบโอติก คำว่า “โปรไบโอติก” (Probiotics) เป็นการรวมกันของคำว่า “โปร” (pro) และ “ไบโอทอส” (biotos) ที่มาจากภาษากรีก ซึ่งให้ความหมายว่า การส่งเสริมชีวิต ภายในระบบทางเดินอาหารของเรามีจุลินทรีย์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีทั้งจุลินทรีย์ที่ดีและจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค ด้วยเหตุนี้ทำให้นักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์เกิดแนวความคิดที่จะนำจุลินทรีย์ที่ดีเข้าไปทดแทนหรือกำจัดจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย แนวความคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพียง 10 ปี 20 ปี แต่เกิดขึ้นมาแล้วนับเป็นร้อยๆปี แล้ววิวัฒนาการหรือการศึกษาวิจัยต่างๆที่เกี่ยวกับโปรไบโอติกเริ่มมาจากไหน เกิดขึ้นเมื่อไหร่ วันนี้พวกเราชาวลิซ ฟลอร่า จะมาเล่าให้ฟัง ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1885 กุมารแพทย์ชาวเยอรมัน นามว่า ทีโอดอร์ เอสเชอริช (Theodor Escherich) ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับแบคทีเรียในอุจจาระและระบบทางเดินอาหารของสิ่งมีชีวิต เพื่อให้เข้าใจถึงสรีระ พยาธิสภาพ…

โปรไบโอติกส์ในอาหารท้องถิ่นของไทย

โปรไบโอติกส์ เป็นจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย พบได้ในอาหารจำพวกหมัก ดอง หรือบ่ม อาหารที่ผ่านกระบวนการเหล่านี้ อาจทำให้มีโปรไบโอติกส์หรือจุลินทรีย์ที่ดีเกิดขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อกระบวนการทำงานต่างๆของร่างกาย เช่น ลดโอกาสการติดเชื้อจากเชื้อก่อโรค ช่วยเผาผลาญสารอาหาร ช่วยให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อพูดถึงโปรไบโอติกส์หรือจุลินทรีย์ที่ดี หลายๆคนก็มักจะคิดถึงโยเกิร์ต นมเปรี้ยว แต่รู้หรือไม่อาหารในท้องถิ่นของไทยเรา ก็มีอาหารที่เป็นแหล่งของโปรไบโอติกส์เช่นเดียวกัน เช่น ข้าวหมาก ผักกาดเขียวดอง ผักเสี้ยนผีดอง ยาดองตรีผลา และถั่วเน่า • ข้าวหมาก ข้าวหมากป็นอาหารที่มีแต่โบราณ เกิดจากการหมักข้าวในวิถีพื้นบ้านของไทย ด้วยกระบวนการหมักข้าวเหนียวให้เป็นน้ำตาลผสมกับลูกแป้งข้าวหมาก(ได้จากการผสมกันระหว่างเชื้อราและยีสต์) และทิ้งไว้ 1-2 คืน มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว และมีกลิ่นของแอลกอฮอลล์ ช่วยให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น • ผักกาดเขียวดอง ผักโสภณหรือผักกาดเขียว เป็นผักที่นิยมนำมาดองกันมาก ใบและก้านมีรสขมและเผ็ด แต่เมื่อนำมาดองแล้วจะทำให้รสชาติดีขึ้น อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระ • ผักเสี้ยนผีดอง เป็นผักพื้นบ้านที่นิยมกันมากในช่วงต้นฤดูฝน ผักเสี้ยนผีดอง เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยในการต่อต้านเชื้อก่อโรค และมีผลช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้ ผักเสี้ยนผีดอง ขึ้นชื่อว่าเป็น กิมจิแห่งสยาม • ยาดองตรีผลา…

ปัจจัยที่ทำให้โปรไบโอติกส์มีจำนวนลดน้อยลง

โปรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์มีชีวิต ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะเข้าไปตั้งรกรากอาศัยอยู่ในลำไส้ มีส่วนช่วยในระบบการขับถ่าย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เดิมจุลินทรีย์เหล่านี้จะอาศัยอยู่ที่ลำไส้และอยู่ในร่างกายของเรามาตั้งแต่แรกเกิด แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภคอาหารในแต่ละวัน อาจทำให้จุลินทรีย์เหล่านี้มีจำนวนลดน้อยลงได้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โปรไบโอติกส์ (Probiotics) ลดลง • การใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินจำเป็น • การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารต่ำ • รับประทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง • การสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ • ภาวะเครียด • ขาดการออกกำลังกาย • พักผ่อนไม่เพียงพอ • อยู่ระหว่างการรักษาด้วยยาบางชนิด เมื่อโปรไบโอติกส์หรือจุลินทรีย์ที่ดีในร่างกายมีจำนวนลดน้อยลง จะทำให้ร่างกายถูกโจมตีจากเชื้อก่อโรคได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพต่างๆ ทั้งความผิดปกติของลำไส้ ที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก ท้องเสีย ผิวพรรณไม่สดใส และโรคต่างๆที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงอ้างอิง นพ.วีระกิจ หิรัญวิวัฒน์กุล. โปรไบโอติกส์ (Probiotics) คืออะไร?. [อินเทอร์เน็ต]. 2018, แหล่งที่มา: https://www.nonthavej.co.th/Probiotics.php. [17 สิงหาคม 2563]

หน้าที่หลักของโปรไบโอติกส์

ในลำไส้ของเรามีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตเป็นแสนพันล้านตัว ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้เรียกว่า Normal Flora เป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายในสภาวะปกติ แต่ยังช่วยให้ร่างกายของเรานั้นมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้อีกด้วย สิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆเหล่านี้ จะช่วยให้ลำไส้เกิดความสมดุล ช่วยป้องกันหรือทำให้อวัยวะภายในร่างกายที่สัมพันธ์กับทางเดินอาหารทำงานเป็นปกติ โดยหน้าที่หลักๆของจุลินทรีย์เหล่านี้ ได้แก่ • ช่วยในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร • ป้องกันการติดเชื้อในลำไส้ • กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน • ป้องกันเซลล์บุผิวลำไส้ • สังเคราะห์วิตามิน ในปัจจุบันจุลินทรีย์ที่ดี หรือโปรไบโอติกส์นั้นถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกันมากยิ่งขึ้น ทำให้เราเข้าถึงแหล่งที่ดีของโปรไบโอติกส์ได้ และเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ใช้ในการดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้นอ้างอิง Jess Kanwal. Why Poop Pills are in Trials as a Treatment for Obesity. [อินเทอร์เน็ต]. 2016, แหล่งที่มา: http://sitn.hms.harvard.edu/flash/2016/second-brain-microbes-gut-may-affect-body-mind/. [26 สิงหาคม 2563]

ปริมาณโปรไบโอติกส์มีเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าดี

โปรไบโอติกส์ เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อได้รับในปริมาณที่เพียงพอแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน และปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย เมื่อเรารับประทานโปรไบโอติกส์เข้าไป โปรไบโอติกส์จะเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารเริ่มตั้งแต่ปากจนถึงทวารหนัก ซึ่งโปรไบโอติกส์จะต้องเจอสภาวะต่างๆของร่างกายมากมาย ทั้งความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ความเป็นด่างของเกลือน้ำดีที่ลำไส้เล็ก และเอนไซม์ต่างๆที่มีอยู่ในระบบทางเดินอาหาร สภาวะต่างๆของระบบทางเดินอาหารในร่างกายที่โปรไบโอติกส์ต้องเจอ อาจทำให้โปรไบโอติกส์ที่รับประทานเข้าไปถูกทำลายลงไปได้ ส่งผลต่อความอยู่รอดและปริมาณของโปรไบโอติกส์ หากปริมาณของโปรไบโอติกส์ที่หลงเหลืออยู่มีไม่มากพอ ก็จะทำให้โปรไบโอติกส์เหล่านั้นไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะส่งเสริมร่างกายให้มีสุขภาพที่ดีได้ ดังนั้นการรับประทานโปรไบโอติกส์ให้มีปริมาณที่เพียงพอเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะถ้าหากรับประทานโปรไบโอติกส์ที่มีปริมาณไม่มากพอ โปรไบโอติกส์เหล่านั้นก็จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆต่อร่างกาย ปริมาณโปรไบโอติกส์ที่ดีที่จะช่วยในการส่งเสริมสุขภาพร่างกายนั้น ในอาหารหรือผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกส์จะต้องมีปริมาณจุลินทรีย์ที่มีชีวิตไม่น้อยกว่า 106 เซลล์ต่อ 1 กรัมของอาหาร หรือประมาณ 1 ล้านเซลล์ต่อ 1 กรัมของอาหาร Lish Flora มีปริมาณโปรไบโอติกส์มากถึง 37,000 ล้านตัวใน 1 ซอง ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงมากเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกส์อื่นๆในท้องตลาด โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะมีปริมาณโปรไบโอติกส์เพียง 2000 ล้านตัว ปริมาณโปรไบโอติกส์ที่มากถึง 37,000 ล้านตัว เป็นปริมาณที่มากพอที่จะช่วยให้โปรไบโอติกส์มีอัตราการรอดชีวิตที่เพียงพอและเหมาะสมในการส่งเสริมสุขภาพ นอกจากนี้ Lish Flora ยังมีโปรไบโอติกส์มากถึง 7 สายพันธุ์ ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่องของการปรับสมดุลลำไส้ หรือเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน แต่ยังช่วยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักตัว ลดไขมันในช่องท้อง เส้นรอบเอวและเส้นรอบสะโพก ดังนั้นในการเลือกรับประทานโปรไบโอติกส์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จะต้องคำนึงถึงส่วนที่สำคัญ…

เชื่อหรือไม่โพรไบโอติกส์ทำให้คุณมีความสุขได้

การได้กินของอร่อยๆ ออกไปดูหนัง ได้ช็อปปิ้ง หรือออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ เป็นสิ่งที่เราเลือกทำเพื่อให้เกิดความสุขนอกจากกิจกรรมเหล่านี้แล้ว ความสมดุลของสารเคมีในสมองก็มีส่วนช่วยที่ทำให้เรามีความสุขได้เช่นกันการที่เรามีความทุกข์ หรือมีอารมณ์ที่ผิดปกติ เช่น วิตกกังวล เครียด ซึมเศร้า หรือนอนไม่หลับอาการเหล่านี้เกิดได้จากสารเคมีในสมองที่ขาดความสมดุลสารเคมีในสมอง ที่ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นสารแห่งความสุข คือ โดปามีน (Dopamine)โดปามีน เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับกับการควบคุมอารมณ์ การนึกคิด และการเคลื่อนไหวเมื่อถูกหลั่งออกมาจากสมอง ก็จะทำให้เราเกิดความสุขโดปามีน เป็นสารเคมีที่พบได้ในร่างกาย สังเคราะห์ขึ้นมาจากกรดอะมิโน ที่ได้จากการรับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วเหลือง นอกจากนี้การรับประทานโพรไบโอติกส์ก็มีส่วนช่วยเพิ่มการผลิตโดปามีนได้เหมือนกันโพรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่าย ปรับสมดุลลำไส้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ยังสามารถป้องกันหรือรักษาความผิดปกติทางอารมณ์ได้อีกด้วยหนึ่งในงานวิจัยที่ทำการศึกษากับคนที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวน พบว่ากลุ่มที่ได้รับโพรไบโอติกส์ มีความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าลดลง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอกดังนั้นการรับประทานโพรไบโอติกส์ ไม่ว่าจะมาจากอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ช่วยให้สารเคมีในสมองเกิดความสมดุล ล้วนทำให้เราเกิดสุข ความเครียดลดลง และทำให้ภาวะทางอารมณ์ต่างๆดีขึ้นได้อ้างอิงPsychology Today. Dopamine. [อินเทอร์เน็ต]. แหล่งที่มา: https://www.psychologytoday.com/intl/basics/dopamine.  [28 สิงหาคม…

“โปรไบโอติก” ตัวช่วยเสริมแก้โรคลำไส้แปรปรวน

โรคลำไส้แปรปรวน คือ อาการผิดปกติของลำไส้ใหญ่ โดยจะมีอาการปวดท้อง ท้องอืด และอาการท้องผูกหรือท้องเสียซึ่งอาจจะเกิดอาการใดอาการหนึ่ง หรือเกิดสลับกันทั้งท้องผูกและท้องเสียก็ได้ ซึ่งโรคลำไส้แปรปรวนเป็นอาการที่เรื้อรัง ดังนั้นจึงควรรักษาให้หาย เพราะสร้างความน่ารำคาญให้กับชีวิต โดยพบว่ามีส่วนน้อยมากของผู้ที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวน ที่จะแสดงอาการ ผู้ป่วยบางส่วนมักควบคุมการเกิดอาการด้วยการดูแลการกินอาหาร การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการควบคุมความเครียด หากมีอาการที่รุนแรงอาจต้องปรึกษาแพทย์และทำการรักษาด้วยยาอย่างไรก็ดีโรคลำไส้แปรปรวน ไม่ได้มีผลต่อเนื้อเยื่อของลำไส้ ดังนั้นจึงไม่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็งได้ ** อาการของโรคลำไส้แปรปรวน ** อาการของโรคลำไส้แปรปรวนที่มักจะพบบ่อย มีดังนี้มีอาการปวดท้อง ท้องอืด ซึ่งอาการจะบรรเทาลงเมื่อมีการขับถ่าย มีแก๊สในช่องท้อง ผายลมบ่อย มีอาการท้องผูกหรือท้องเสีย บางครั้งจะมีอาการท้องผูกและท้องเสียสลับกัน มีเมือกในอึจจาระควรไปพบแพทย์เมื่อ : มีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของลำไส้อย่างต่อเนื่อง หรือมีอาการอื่นๆของโรคลำไส้แปรปรวนที่อาจจะบ่งบอกถึงภาวะที่ร้ายแรงของโรคอื่น เช่น โรคมะเร็งลำไส้ เมื่อมีอาการ น้ำหนักลดลง, ท้องเสียตอนกลางคืน, มีเลือดออกทางทวาร, อาเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุ, กลืนลำบาก หรือ ปวดท้องต่อเนื่อง แม้จะขับถ่ายแล้วก็ไม่หาย ** สาเหตุของโรคลำไส้แปรปรวน **…

ประโยชน์ของโปรไบโอติก (Probiotic) 7 สายพันธุ์ ในผลิตภัณฑ์ Lish Flora

โปรไบโอติก คือ จุลินทรีย์ที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งในโลกนี้มีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการเลือกทานผลิตภัณฑ์โปรไบโอติก จึงต้องดูด้วยว่าในผลิตภัณฑ์นั้นมีโปรไบโอติกสายพันธุ์ใดบ้าง ซึ่งใน Lish Flora มีโปรไบโอติกทั้งหมด 7 สายพันธุ์ด้วยกัน ได้แก่ 1. Lactobacillus gasseri (แลคโตบาซิลัส แกสเซอรี่) ประกอบไปด้วย L. gasseri 20 พันล้านตัว/ซอง เป็นโปรไบโอติกที่พบในทางเดินอาหารและทางเดินปัสสาวะ ช่วยในการกำจัดจุลินทรีย์ก่อโรค มีประโยชน์ในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น การรักษาสุขภาพช่องคลอด, ลดอาการลำไส้แปรปรวน, การติดเชื้อ เอช. ไพโลไร, และการลดไขมันในช่องท้องและช่วยในการลดน้ำหนัก 2. Lactobacillus salivarius (แลคโตบาซิลัส ซาลิวาเรียส) ประกอบไปด้วย L. salivarius 1 พันล้านตัว/ซอง เป็นโปรไบโอติกที่พบในน้ำลาย ช่วยในย่อยคาร์โบไฮเดรตเพื่อผลิตกรดแลคติกและกรดอะซิติก เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค นอกจากนี้ยังพบในส่วนอื่นของร่างกาย เช่น…