Skip to content Skip to footer

“โปรไบโอติก” ตัวช่วยเสริมแก้โรคลำไส้แปรปรวน

โรคลำไส้แปรปรวน คือ อาการผิดปกติของลำไส้ใหญ่ โดยจะมีอาการปวดท้อง ท้องอืด และอาการท้องผูกหรือท้องเสียซึ่งอาจจะเกิดอาการใดอาการหนึ่ง หรือเกิดสลับกันทั้งท้องผูกและท้องเสียก็ได้ ซึ่งโรคลำไส้แปรปรวนเป็นอาการที่เรื้อรัง ดังนั้นจึงควรรักษาให้หาย เพราะสร้างความน่ารำคาญให้กับชีวิต โดยพบว่ามีส่วนน้อยมากของผู้ที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวน ที่จะแสดงอาการ ผู้ป่วยบางส่วนมักควบคุมการเกิดอาการด้วยการดูแลการกินอาหาร การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการควบคุมความเครียด หากมีอาการที่รุนแรงอาจต้องปรึกษาแพทย์และทำการรักษาด้วยยา อย่างไรก็ดีโรคลำไส้แปรปรวน ไม่ได้มีผลต่อเนื้อเยื่อของลำไส้ ดังนั้นจึงไม่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็งได้ ** อาการของโรคลำไส้แปรปรวน ** อาการของโรคลำไส้แปรปรวนที่มักจะพบบ่อย มีดังนี้ มีอาการปวดท้อง ท้องอืด ซึ่งอาการจะบรรเทาลงเมื่อมีการขับถ่าย มีแก๊สในช่องท้อง ผายลมบ่อย มีอาการท้องผูกหรือท้องเสีย บางครั้งจะมีอาการท้องผูกและท้องเสียสลับกัน มีเมือกในอึจจาระ ควรไปพบแพทย์เมื่อ : มีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของลำไส้อย่างต่อเนื่อง หรือมีอาการอื่นๆของโรคลำไส้แปรปรวนที่อาจจะบ่งบอกถึงภาวะที่ร้ายแรงของโรคอื่น เช่น โรคมะเร็งลำไส้ เมื่อมีอาการ น้ำหนักลดลง, ท้องเสียตอนกลางคืน, มีเลือดออกทางทวาร, อาเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุ, กลืนลำบาก หรือ ปวดท้องต่อเนื่อง แม้จะขับถ่ายแล้วก็ไม่หาย ** สาเหตุของโรคลำไส้แปรปรวน **…

ประโยชน์ของโปรไบโอติก (Probiotic) 7 สายพันธุ์ ในผลิตภัณฑ์ Lish Flora

โปรไบโอติก คือ จุลินทรีย์ที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งในโลกนี้มีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการเลือกทานผลิตภัณฑ์โปรไบโอติก จึงต้องดูด้วยว่าในผลิตภัณฑ์นั้นมีโปรไบโอติกสายพันธุ์ใดบ้าง ซึ่งใน Lish Flora มีโปรไบโอติกทั้งหมด 7 สายพันธุ์ด้วยกัน ได้แก่ 1. Lactobacillus gasseri (แลคโตบาซิลัส แกสเซอรี่) ประกอบไปด้วย L. gasseri 20 พันล้านตัว/ซอง เป็นโปรไบโอติกที่พบในทางเดินอาหารและทางเดินปัสสาวะ ช่วยในการกำจัดจุลินทรีย์ก่อโรค มีประโยชน์ในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น การรักษาสุขภาพช่องคลอด, ลดอาการลำไส้แปรปรวน, การติดเชื้อ เอช. ไพโลไร, และการลดไขมันในช่องท้องและช่วยในการลดน้ำหนัก 2. Lactobacillus salivarius (แลคโตบาซิลัส ซาลิวาเรียส) ประกอบไปด้วย L. salivarius 1 พันล้านตัว/ซอง เป็นโปรไบโอติกที่พบในน้ำลาย ช่วยในย่อยคาร์โบไฮเดรตเพื่อผลิตกรดแลคติกและกรดอะซิติก เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค นอกจากนี้ยังพบในส่วนอื่นของร่างกาย เช่น…

รู้จัก “โปรไบโอติก” คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร

โปรไบโอติก (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กซึ่งจัดเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดดี สามารถพบได้ในอาหาร เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ มิโสะ เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหาร ให้คำจำกัดความว่า โปรไบโอติกส์ คือ “จุลินทรีย์ที่มีชีวิต" เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้สุขภาพดีในภาวะต่างๆ โดยเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติทนต่อกรดและด่าง สามารถจับที่บริเวณผิวของเยื่อบุลำไส้แล้วผลิตสารต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ รวมถึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพได้” ประโยชน์อันมหัศรรย์ของโปรไบโอติกส์ สามารถช่วยแก้ปัญหาสุขภาพได้มากมาย ยกตัวอย่าง เช่น โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน โรคมะเร็ง การย่อยอาหารผิดปกติ ท้องร่วง โรคลำไส้อักเสบ การขับถ่ายผิดปกติเรื้อรัง อาการแพ้ ผื่นตามผิวหนัง หอบหืด โรคมะเร็งในลำไส้ โรคฟันผุและโรคเหงือก อาการกล้ามเนื้ออักเสบและเพลียเรื้อรัง โรคออทิสติก โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง โรคลำไส้แปรปรวน โปรไบโอติกส์มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย จุลินทรีย์ชั้นดีเหล่านี้จะช่วยลดการตอบโต้ในเชิงทำลายรวมถึงปฏิกิริยาที่จะนำไปสู่อาการอักเสบของเนื้อเยื่อ ดังนั้น…

“จุลินทรีย์ประจำถิ่น” สิ่งเล็กๆที่สำคัญต่อร่างกาย

จุลินทรีย์ประจำถิ่น คือ จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ตามผิวหนัง ตา หู ช่องปาก ทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร ทางเดินระบบปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ ส่วนใหญ่ไม่ทำให้เกิดโรค ซึ่งจุลินทรีย์นั้นอาศัยร่างกายของเราตั้งแต่เกิดจนถึงตาย โดยจะเริ่มได้รับเชื้อจุลินทรีย์ขณะที่คลอดผ่านช่องคลอด เริ่มต้นสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมภายนอก และเริ่มรับเอาจุลินทรีย์ต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย ทั้งโดยการสัมผัส การกินอาหาร การหายใจ จากนั้นค่อย ๆ มีการเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งจะมีจุลินทรีย์จำนวนหนึ่งอยู่กับเราไปจนตลอดชีวิต เรียกว่า จุลินทรีย์ประจำถิ่น (normal flora) เราจะพบจุลินทรีย์ประจำถิ่นได้ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ทางเดินหายใจ ทางเดินปัสสาวะ ระบบย่อยอาหาร ส่วนอวัยวะที่ไม่พบจุลินทรีย์อาศัยก็คือ สมอง ระบบเลือด ระบบน้ำเหลือง และปอด ประโชย์ของจุลินทรีย์ประจำถิ่น * ช่วยในกระบวนการเมตาบอริซึมของอาหาร ทำให้สร้างปัจจัยที่จำเป็นในการเจริญของร่างกาย เช่น วิตารมินต่างๆ * ช่วยในการควบคุมการเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรคโดยวิธีต่างๆ เช่น การแย่งอาหาร การแย่งจับกับตัวรับจำเพาะ การสร้างสารออกมายับบั้งการเจริญของจุลินทรีย์อื่นๆ โทษของจุลินทรีย์ประจำถิ่น * หากมีภาวะผิดปกติ เช่น การใช้สารต้านจุลชีพอาจยับยั้งจุลินทรีย์ได้ ทำให้จุลินทรีย์ก่อโรคเพิ่มจำนวนมากขึ้น *…

อ้วนได้-ผอมได้ เพราะแบคทีเรียในร่างกาย

โดยทั่วไปแล้วโรคอ้วนมักมาจากพฤติการการใช้ชีวิตเป็นหลัก กล่าวคือ หากใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปทานอาหารแบบพอดี ออกกำลังกาย แม้ว่าจะมีพันธุกรรมโรคอ้วนอยู่ ก็อาจจะไม่อ้วนลงพุงได้ แต่หากใช้ชีวิตแบบคนอ้วน เช่น กินตลอดเวลา กินของหวาน ของมัน ไม่ออกกำลังกาย แม้จะไม่มีพันธุกรรมโรคอ้วน ก็อาจจะอ้วนได้เช่นกัน แต่ในระยะหลังมานี้ได้มีการศึกษาพบว่า แบคทีเรียที่อยู่ในร่างกายของเราก็มีผลต่อการอ้วนหรือผอมของเราได้ โดยนักวิจัยพบว่าในลำไส้ของคนอ้วน จะมีประชากรแบคทีเรียในตระกูล Firmicutes โดดเด่น อีกทั้งยังพบว่าแบคทีเรีย Firmicutes ยังเพิ่มการดูดซึมของสารอาหารประเภทไขมันอีกด้วย หมายความว่า แ แม้จะกินเท่าคนอื่น แต่สามารถดูดซึมพลังงานได้ดีกว่า จึงส่งผลให้คนที่มีแบคทีเรียนี้ อ้วนง่ายกว่าคนที่ไม่มีแบคทีเรียตัวนี้โดดเด่น อีกทั้งยังพบอีกว่าในคนผอม จะมีแบคทีเรียอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ชื่อว่า Bacteroidetes โดดเด่น ซึ่งจะพบได้ในอาหารที่มีเส้นใยอาหาร และพรีไบโอติกสูง (พรีไบโอติกคืออาหารของเหล่าแบคทีเรียดีในลำไส้) จะช่วยเพิ่มปริมาณประชากรแบคทีเรีย Bacteroidetes ได้ อาหารที่จัดว่าโดดเด่นในการเลี้ยงดูแบคทีเรีย Bacteroidetes ได้แก่ กระเทียม หัวหอม หน่อไม้ฝรั่ง กระเทียมต้น โยเกิร์ต กล้วย เบอรี่…

ทำความรู้จักกับ Probiotics อาหารเสริมสุดฮิตในปี 2020

โดยธรรมชาติร่างกายของเรานั้นมีจุลินทรีย์อาศัยเป็นจำนวนมากทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ซึ่งมีทั้งจุลินทรีย์ที่ดีและจุลินทรีย์ที่ไม่ดี เราเรียกจุลินทรีย์เหล่านี้ ว่าเป็น “จุลินทรีย์ประจำถิ่น” ซึ่งจุลินทรีย์ประจำถิ่นจะไม่ก่อให้เกิดโรค ถ้าร่างกายอยู่ในสภาวะปกติ แต่ถ้าหากเกิดความผิดปกติของร่างกาย อาจส่งผลต่อสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ได้ โพรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะเข้าไปตั้งรกรากอาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ เพื่อช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่เดิมในลำไส้ ทำให้แบคทีเรียที่ดีมีจำนวนมากขึ้นและแบคทีเรียที่ไม่ดีมีจำนวนลดลง นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยให้มีการขับถ่ายดีขึ้น เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย หากพูดถึงโพรไบโอติกส์แล้ว สิ่งที่มักจะมาคู่กันคือ พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ซึ่งเป็นอาหารของโพรไบโอติกส์ เพื่อให้โพรไบโอติกส์ สามารถทำหน้าหน้าที่ได้อย่ามีประสิทธิภาพ ซึ่งพรีไบโอติกส์จะพบในอาหาร 3 กลุ่มหลักๆ คือ Fructooligo saccharide (FOS) เช่น หัวหอมใหญ่ กล้วย กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง Beta gucan เช่น ข้าวบาร์เล่ ข้าวโอ๊ต เห็ดต่างๆ Inulin เช่น แก่นตะวัน ชีคโครี่ ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบางชนิด จะมีทั้งโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์อยู่ในผลิตภัณฑ์เดียวกัน…